พฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวของพนักงานบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร
จากบทวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ขายตรงของเอแบคในปี 2554 ระบุว่า
ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ คือ 1 ใน 3 ประเภทสินค้ายอดนิยมของตลาด ณ ปัจจุบัน
ซึ่งสอดคล้องกับรายงานในระดับสากลที่ได้สำรวจมูลค่าตลาดรวมของสินค้าสกินแคร์ว่า ซึ่งมีมูลค่าประมาณ
40,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 7 ในแต่ละปี
และคาดการณ์ว่า สินค้ากลุ่มสกินแคร์จะมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 55,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี
2557 ซึ่งสินค้ายอดนิยมในกลุ่มนี้ คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวขาว
(Whitening) และกลุ่มสินค้าลดริ้วรอย (Anti-aging)
ดังนั้น จากการศึกษากลุ่มผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวขาว (Whitening)
เป็นที่นิยมต่อผู้บริโภค
ผู้วิจัย (ปนัดดา หะมณี) ที่ได้เห็นความสำคัญของกลุ่มผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวขาว
(Whitening) จึงได้ศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวของพนักงานบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร
เนื่องจาก
พนักงานบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครเป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีกำลังในการซื้อสูง
เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวขาว (Whitening)
การวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมาย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวของพนักงานบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร
จำแนกตามลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ อาชีพ รายได้ ระดับการศึกษา
และลักษณะผิวพรรณ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติด้านผลิตภัณฑ์ ได้แก่
ลักษณะผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รูปแบบบรรจุภัณฑ์ ความหลากหลายของสินค้า
และการรับรองคุณภาพและศึกษาความสัมพันธ์ของการรับรู้ในความคุ้มค่ากับพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวของพนักงานในเขตกรุงเทพมหานคร
ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้ พฤติกรรมการซื้อครีมปรับสีผิวขาวของพนักงานบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร
พบว่า ความถี่ในการซื้อครีมปรับสีผิวขาวต่อเดือน ต่ำสุดคือ ไม่ได้ซื้อเลย
และสูงสุด 11 ครั้งต่อเดือน และโดยเฉลี่ยประมาณ 1 ครั้งต่อเดือน จำนวนครีมปรับสีผิวขาวที่ซื้อในแต่ละครั้ง
พบว่า ซื้อครีมปรับสีผิวขาว ต่ำสุด คือ ไม่ได้ซื้อเลย และสูงสุด 6
ขวด/กระปุกต่อครั้ง และโดยเฉลี่ยประมาณ 1 ขวด/กระปุกต่อครั้ง
จำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาวต่อครั้ง พบว่า จำนวนเงินที่ต่ำสุด 80
บาทต่อครั้ง และสูงสุด 6,000 บาทต่อครั้ง และโดยเฉลี่ยการซื้อครีมปรับสีผิวขาวประมาณ
803.89 บาทต่อครั้ง ส่วนใหญ่ซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาว เช่น
ห้างสรรพสินค้า จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 65.0
ส่วนใหญ่ซื้อผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จำนวน 209 คน
คิดเป็นร้อยละ 52.3 บุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ ส่วนใหญ่ คือ ตนเอง จำนวน
288 คน คิดเป็นร้อยละ 72.0 เหตุผลที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ พบว่า
ส่วนใหญ่มีเหตุผลในการเลือกซื้อที่สำคัญที่สุด คือ เพื่อรักษาผิวหน้าขาวใส
และเปล่งปลั่ง จำนวน 165 คน คิดเป็นร้อยละ 41.3 แนวโน้มที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ครีมผิวขาวยี่ห้อเดิมตลอดไปหรือไม่
พบว่า ระดับความคิดเห็นอยู่ซื้อค่อนข้างแน่นอนโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.51
พนักงานบริษัทเอกชนที่มีลักษณะผิวพรรณใบหน้าแตกต่างกันมีพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาว
ด้านจำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาว (บาทต่อครั้ง) แตกต่างกัน
โดยพนักงานบริษัทเอกชนที่มีลักษณะผิวแพ้ง่าย มีพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวด้านจำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาวมากที่สุด
เพราะผิวแพ้ง่ายเป็นผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษและผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายมีราคาแพง
ซึ่งทำให้พฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาว
ด้านจำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาวมากที่สุด สำหรับด้านการรับรองคุณภาพของสินค้ามีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวด้านจำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาว
โดยตัวแปรทั้งสองมีความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
เพราะการรับรองคุณภาพจัดอยู่ในศักยภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคสอดคล้องกับแนวคิดของ
Kotler Phillip and Gary Armstrong (2001) กล่าวว่า ลักษณะของผลิตภัณฑ์มี 5 ระดับ ได้แก่
(1) ผลิตภัณฑ์หลัก (2) รูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ (3) ผลิตภัณฑ์ที่คาดหวัง (4)
ผลิตภัณฑ์ควบ (5) ศักยภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อโดยยอมจ่ายเงินที่มากกว่าเพื่อใช้สินค้าที่ผ่านการรับรองคุณภาพและเมื่อใช้แล้วได้ผลก็ยินดีที่จะซื้อมาใช้อีก
สำหรับการรับรู้ความคุ้มค่าผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับผิวขาว
ด้านจำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาว
โดยตัวแปรทั้งสองมีความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกันในระดับต่ำ
และด้านแนวโน้มจะซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวยี่ห้อเดิมตลอดไป
โดยตัวแปรทั้งสองมีความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกันในระดับต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ
Monroe, K. B., & Grewal, D. (1991) ซึ่งกล่าวว่า
ตราสินค้าส่งผลต่อการรับรู้ตราสินค้าของผู้บริโภค การรับรู้คุณภาพของผลิตภัณฑ์
การรับรู้คุณค่า ตามลำดับ และส่งผลต่อความต้องการซื้อของผู้บริโภค
ชื่อของร้านค้ามีผลต่อการรับรู้ชื่อเสียงของร้านการรับรู้คุณภาพของผลิตภัณฑ์
การรับรู้คุณค่าตามลำดับ
ดังนั้น ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมและเป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภคส่วนใหญ่
ซึ่งจัดเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่โดยเฉพาะให้เหมาะกับรายได้ การศึกษา
สภาพผิวหน้าและลักษณะผิวหน้า ซึ่งลักษณะผิวพรรณ พบว่า ผิวแพ้ง่าย
จะมีพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวด้านจำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาวมากที่สุด
เพราะผิวแพ้ง่ายเป็นผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษและผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายมีราคาแพง
ดังนั้น ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายควรให้ความสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ วางแผนการตลาด
และการผลิตให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า
โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าให้เหมาะสมโดยเน้นสินค้าที่มีความพรีเมี่ยม
และเน้นการวิจัยถึงสรรพคุณที่สามารถนำมาใช้เพื่อส่งเสริมการตลาดโดยเฉพาะกลุ่มที่มีการศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรี
นอกจากนี้
ผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญการเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตโดยเน้นวัตถุดิบที่ระคายเคืองต่อผิวพรรณน้อยที่สุด
นวพร เอี่ยมธีระกุล
Email : info@yanincosmeticbangkok.com
สอบถามเพิ่มเติม 0816518088
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น