วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

พฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวของพนักงานบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร

พฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวของพนักงานบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร

จากบทวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคผลิตภัณฑ์ขายตรงของเอแบคในปี 2554 ระบุว่า ผลิตภัณฑ์สกินแคร์ คือ 1 ใน 3 ประเภทสินค้ายอดนิยมของตลาด ณ ปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับรายงานในระดับสากลที่ได้สำรวจมูลค่าตลาดรวมของสินค้าสกินแคร์ว่า ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 40,000 ล้านบาทต่อปี โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 7 ในแต่ละปี และคาดการณ์ว่า สินค้ากลุ่มสกินแคร์จะมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 55,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2557 ซึ่งสินค้ายอดนิยมในกลุ่มนี้ คือ กลุ่มผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวขาว (Whitening) และกลุ่มสินค้าลดริ้วรอย (Anti-aging)

ดังนั้น จากการศึกษากลุ่มผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวขาว (Whitening) เป็นที่นิยมต่อผู้บริโภค ผู้วิจัย (ปนัดดา หะมณี) ที่ได้เห็นความสำคัญของกลุ่มผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวขาว (Whitening) จึงได้ศึกษาถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวของพนักงานบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร เนื่องจาก พนักงานบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานครเป็นกลุ่มตัวอย่างที่มีกำลังในการซื้อสูง เป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายของสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปรับสีผิวขาว (Whitening)

การวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมาย เพื่อศึกษาพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวของพนักงานบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำแนกตามลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ อายุ อาชีพ รายได้ ระดับการศึกษา และลักษณะผิวพรรณ ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างทัศนคติด้านผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ลักษณะผลิตภัณฑ์ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รูปแบบบรรจุภัณฑ์ ความหลากหลายของสินค้า และการรับรองคุณภาพและศึกษาความสัมพันธ์ของการรับรู้ในความคุ้มค่ากับพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวของพนักงานในเขตกรุงเทพมหานคร ผลการวิจัยสามารถสรุปได้ดังนี้ พฤติกรรมการซื้อครีมปรับสีผิวขาวของพนักงานบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร พบว่า ความถี่ในการซื้อครีมปรับสีผิวขาวต่อเดือน ต่ำสุดคือ ไม่ได้ซื้อเลย และสูงสุด 11 ครั้งต่อเดือน และโดยเฉลี่ยประมาณ 1 ครั้งต่อเดือน จำนวนครีมปรับสีผิวขาวที่ซื้อในแต่ละครั้ง พบว่า ซื้อครีมปรับสีผิวขาว ต่ำสุด คือ ไม่ได้ซื้อเลย และสูงสุด 6 ขวด/กระปุกต่อครั้ง และโดยเฉลี่ยประมาณ 1 ขวด/กระปุกต่อครั้ง จำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาวต่อครั้ง พบว่า จำนวนเงินที่ต่ำสุด 80 บาทต่อครั้ง และสูงสุด 6,000 บาทต่อครั้ง และโดยเฉลี่ยการซื้อครีมปรับสีผิวขาวประมาณ 803.89 บาทต่อครั้ง ส่วนใหญ่ซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาว เช่น ห้างสรรพสินค้า จำนวน 260 คน คิดเป็นร้อยละ 65.0 ส่วนใหญ่ซื้อผลิตภัณฑ์โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์จำนวน 209 คน คิดเป็นร้อยละ 52.3 บุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ ส่วนใหญ่ คือ ตนเอง จำนวน 288 คน คิดเป็นร้อยละ 72.0 เหตุผลที่สำคัญที่สุดในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ พบว่า ส่วนใหญ่มีเหตุผลในการเลือกซื้อที่สำคัญที่สุด คือ เพื่อรักษาผิวหน้าขาวใส และเปล่งปลั่ง จำนวน 165 คน คิดเป็นร้อยละ 41.3 แนวโน้มที่จะซื้อผลิตภัณฑ์ครีมผิวขาวยี่ห้อเดิมตลอดไปหรือไม่ พบว่า ระดับความคิดเห็นอยู่ซื้อค่อนข้างแน่นอนโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.51

พนักงานบริษัทเอกชนที่มีลักษณะผิวพรรณใบหน้าแตกต่างกันมีพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาว ด้านจำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาว (บาทต่อครั้ง) แตกต่างกัน โดยพนักงานบริษัทเอกชนที่มีลักษณะผิวแพ้ง่าย มีพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวด้านจำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาวมากที่สุด เพราะผิวแพ้ง่ายเป็นผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษและผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายมีราคาแพง ซึ่งทำให้พฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาว ด้านจำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาวมากที่สุด สำหรับด้านการรับรองคุณภาพของสินค้ามีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวด้านจำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาว โดยตัวแปรทั้งสองมีความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะการรับรองคุณภาพจัดอยู่ในศักยภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคสอดคล้องกับแนวคิดของ Kotler Phillip and Gary Armstrong (2001) กล่าวว่า ลักษณะของผลิตภัณฑ์มี 5 ระดับ ได้แก่ (1) ผลิตภัณฑ์หลัก (2) รูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ (3) ผลิตภัณฑ์ที่คาดหวัง (4) ผลิตภัณฑ์ควบ (5) ศักยภาพเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ซื้อโดยยอมจ่ายเงินที่มากกว่าเพื่อใช้สินค้าที่ผ่านการรับรองคุณภาพและเมื่อใช้แล้วได้ผลก็ยินดีที่จะซื้อมาใช้อีก

สำหรับการรับรู้ความคุ้มค่าผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับผิวขาว ด้านจำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาว โดยตัวแปรทั้งสองมีความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกันในระดับต่ำ และด้านแนวโน้มจะซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวยี่ห้อเดิมตลอดไป โดยตัวแปรทั้งสองมีความสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางเดียวกันในระดับต่ำ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Monroe, K. B., & Grewal, D. (1991) ซึ่งกล่าวว่า ตราสินค้าส่งผลต่อการรับรู้ตราสินค้าของผู้บริโภค การรับรู้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ การรับรู้คุณค่า ตามลำดับ และส่งผลต่อความต้องการซื้อของผู้บริโภค ชื่อของร้านค้ามีผลต่อการรับรู้ชื่อเสียงของร้านการรับรู้คุณภาพของผลิตภัณฑ์ การรับรู้คุณค่าตามลำดับ


ดังนั้น ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายควรพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมและเป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภคส่วนใหญ่ ซึ่งจัดเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายส่วนใหญ่โดยเฉพาะให้เหมาะกับรายได้ การศึกษา สภาพผิวหน้าและลักษณะผิวหน้า ซึ่งลักษณะผิวพรรณ พบว่า ผิวแพ้ง่าย จะมีพฤติกรรมการซื้อผลิตภัณฑ์ครีมปรับสีผิวขาวด้านจำนวนเงินที่ซื้อครีมปรับสีผิวขาวมากที่สุด เพราะผิวแพ้ง่ายเป็นผิวที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษและผลิตภัณฑ์สำหรับผิวแพ้ง่ายมีราคาแพง ดังนั้น ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายควรให้ความสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ วางแผนการตลาด และการผลิตให้เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาสินค้าให้เหมาะสมโดยเน้นสินค้าที่มีความพรีเมี่ยม และเน้นการวิจัยถึงสรรพคุณที่สามารถนำมาใช้เพื่อส่งเสริมการตลาดโดยเฉพาะกลุ่มที่มีการศึกษาสูงกว่าระดับปริญญาตรี นอกจากนี้ ผู้ผลิตต้องให้ความสำคัญการเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตโดยเน้นวัตถุดิบที่ระคายเคืองต่อผิวพรรณน้อยที่สุด

นวพร เอี่ยมธีระกุล
Email : info@yanincosmeticbangkok.com
สอบถามเพิ่มเติม 0816518088 

ไม่มีความคิดเห็น: