วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2558

เครื่องสำอางที่ใช้ในการบำรุงผิว (MOISTURIZER)

เครื่องสำอางที่ใช้ในการบำรุงผิว (MOISTURIZER)

มอยซ์เจอไรเซอร์เป็นสารที่ให้ความชุ่มชื้นนุ่มนวล หรือน้ำมันที่ช่วยปกป้องผิวไม่ให้การสูญเสียน้ำและสมานริ้วรอย ลบรอยเหี่ยวที่อยู่ลึกกว่าชั้นขี้ไคล กลไกการทำงานของมอยซ์เจอไรเซอร์ล้วนเป็นการรักษาความชุ่มชื้นไว้ที่ผิวหนัง คือ เคลือบแล้วปิดไม่ให้น้ำออก เรียกว่า OCCLUSION มีสารพิโตเลียม คอร์ลาฟิน ซิลิโคน ลาโนลิน เคลือบและอุ้มน้ำให้อยู่ในเซลล์ผิวหนังชั้นบน

สารประกอบหลักของมอยซ์เจอไรเซอร์ คือ                    

  • ออยล์-คอลโทรล (OIL CONTROL)
  • เพิ่มสารที่ดูดซับน้ำมันได้ดี เช่น เกาลีน เคลย์
  • เซราไมด์ (CERAMIND) เป็นไขมันที่อยู่ในผิวหนังธรรมชาติ จะเชื่อมอยู่ในแต่ละเซลล์ มีฤทธิ์ป้องกันผิวจากการระคายเคืองต่าง ๆ
  • กรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น ไลโนเลอิก ซึ่งเป็นส่วนประกอบของน้ำมันตามธรรมชาติที่สร้างออกมาจากต่อมไขมัน ในกรณีที่ร่างกายสร้างไลโนเลอิกต่ำกดจะมีผลให้การสร้างโปรตีนและการหลุดลอกของผิวหนังผิดปกติ
  • วิตามินดี ช่วยดูดซึมได้ดี เพราะสามารถกันบูดได้ และสารกันแดดเล็กน้อย วิตามินอีและซีไม่ละลายในไขมันแต่ละลายในน้ำ ทำให้วิตามินสองชนิดนี้ไม่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ผิวได้เลย
  • อิลาสตินและคอลลาเจน (ELASTIN AND COLLAGEN) คอลลาเจนเป็นส่วนประกอบร้อยละ ๗๐-๘๐ ของผิวหนังแท้ ส่วนอิลาตินมีเพียงร้อยละ ๑-๓ เท่านั้น การผสมมอยซ์เจอไรเซอร์จะไม่ดูดซึมไปสู่ผิวหนังชั้นล่าง แต่ผสมเพื่อเป็น humectant ซึ่งเป็นตัวอุ้มน้ำได้ดีถึง ๓๐ เท่าของน้ำหนักตัว
  • กรดไฮยาลูฮิกเป็นเหมือนวุ้นที่อยู่ในผิวหนังชั้นแท้ ทำหน้าที่เป็นตัวหุ้มน้ำ ข้อดี คือ ช่วยการดูดซึมของสารตัวอื่น ๆ ได้
  • รก (PLACENT) เซลล์สดและดีเอ็นเอ มีโปรตีนและเอ็นไซด์หลายชนิด ช่วยกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์และการไหลเวียนของเลือด แต่ยังไม่มีข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันในปัจจุบัน

สอบถามมอยซ์เจอไรเซอร์เพิ่มเติมที่ 0816518088

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2558

การพอกหน้า (Facial Mask)

การพอกหน้า (Facial Mask)

การพอกหน้ายังเป็นที่นิยมใช้เป็นขั้นตอนสุดท้ายของขั้นตอนการทำความสะอาดร่างกาย และการบำรุงผิว การพอกหน้าช่วยทำให้ผิวหน้าตึงเรียบขึ้นโดยทำให้เกิดความกระชับ ช่วยกระตุ้นความรู้สึกและช่วยดูดซับไขมันบนใบหน้า รวมทั้งเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว


สำหรับสารสกัดที่นำมาใช้พอกหน้ามีทั้งสารสกัดจากธรรมชาติสำเร็จรูป สามารถนำมาใช้ได้เลย หรือสารธรรมชาติสด ๆ เช่น ผัก ผลไม้ ไข่ น้ำผึ้ง หรืออยู่ในรูปของสารที่เป็นของแข็งเล็กละเอียดที่ต้องนำมาผสมอีกครั้งก่อนใช้ เพื่อปรับให้เหมาะแก่การใช้ในแต่ละสภาพผิว

คุณสมบัติของสารพอกหน้า คือ

1.เป็นของเหลวหนืดข้น ซึ่งมีเนื้อละเอียด2.เมื่อทาบนผิวหน้า สามารถแห้งได้เร็ว และทำความสะอาดหรือดึงออกโดยไม่เจ็บผิว
3.ทำให้เกิดความรู้สึกกระชับแน่นภายหลังการใช้
4.รู้สึกและสัมผัสความเนียนนุ่มหลังจากการใช้
5.ไม่เป็นพิษ และอันตรายต่อผิว

ประสิทธิภาพของการพอกหน้า

การพอกหน้าจะได้ผลดีขึ้นอยู่กับ

1. การเลือกชนิดของสารที่นำมาพอกว่ามีประสิทธิภาพในการทำความสะอาดหรือปรับสภาพผิวได้มากน้อยเพียงใด
2. การวิเคราะห์ผิวให้ถูกต้อง แยกตามสภาพผิวของแต่ละคน
3. ความรู้เกี่ยวกับประสิทธิภาพของส่วนผสมที่นำมาใช้

ประโยชน์การพอกหน้า

1.ช่วยกระตุ้นและเพิ่มระบบการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง ทำให้ผิวได้รับออกซิเจน และสารอาหารมากขึ้น และทำให้ประสิทธิภาพในการกำจัดสารพิษและสิ่งสกปรกใต้ผิวได้ดี ทำให้ผิวมีสุขภาพดี โดยเฉพาะผิวมันและผิวผสม
2.ช่วยสมานผิว สำหรับผิวมันที่ต่อมไขมันทำงานมากผิดปกติ ทำให้ผิวสะอาดและกระชับรูขุมขน
3.ช่วยปรับสภาพสีผิว ในกรณีจากการโดนแสงแดดเป็นประจำ ทำให้สีผิวเปลี่ยน การพอกจะทำให้ผิวปรับสภาพใกล้เคียงกับผิวสีเดิม
4.ช่วยลดการระคายเคืองและการอักเสบของผิวในกรณีที่ผิวแพ้ง่าย
5.ช่วยกำจัดสิวและสาเหตุของการเกิดสิว
6.ช่วยบำรุงผิวให้สดใสในผู้ที่มีผิวธรรมดา
7. ช่วยบำรุงผิวแห้งให้ชุ่มชื้นและอ่อนนุ่ม
8.ช่วยชลอการเกิดริ้วรอยในผู้ที่มีผิวแห้ง
9.ช่วยทำความสะอาดผิว กระตุ้นการลอกหลุดของเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

ข้อห้าม ผู้ที่มีผิวมีบาดแผล แผลสิวอักเสบ ผิวไหม้ ผิวที่มีเส้นเลือดฝอยเต็มหน้า

วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558

ปัญหาของผิวหนัง (Skin disorders)

ปัญหาของผิวหนัง (Skin disorders)

ปัญหาที่เกิดกับผิวหนังมีมากมายหลายชนิด แต่ที่เกี่ยวข้องกับความงามบนใบหน้า ซึ่งควรรู้จักเพื่อการดูแลรักษาที่ถูกต้องมีดังนี้

  • Acne vulgaris 

    • เป็นชนิดของสิวที่พบในวัยตั้งแต่ 11-50 ปี เป็นมากในวัย 18-25 ปี เนื่องจาก ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง อาจพบได้ทั้งที่หลังและหน้าอกด้วย สาเหตุเนื่องจาก มีการขับฮอร์โมนออกมามากทำให้เกิดความมัน (seborrhoea) comedone pustule และเมื่อเชื้อแบคทีเรียเข้ามาทำปฏิกิริยาด้วย ทำให้เกิดการติดเชื้อกระจายไปทั่วใบหน้า ถ้าเป็นมากในขึ้นที่รุนแรงให้พบแพทย์ หากเป็นในระยะเริ่มต้น สามารถทำทรีทเม้นท์ได้ด้วย การล้างหน้า อบโอโซน peel deep cleansing vaccum การกดสิว high frequency masks แต่ห้ามนวดหน้า

  • Seborrhoea 

    • อาการที่เห็นคือ ผิวหน้ามันมาก เนื่องจาก ต่อมไขมันขับน้ำมันมากเกินไป ผิวประเภทนี้ไม่ต้องการการนวดหน้า เพราะจะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ขับน้ำมันมากยิ่งขึ้น และอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวได้

  • Comedone 

    • โดยปกติผิวหนังของคนเราถูกเคลือบไว้ด้วยคีราติน คีราตินนี้มีคุณสมบัติในการทำให้แข็งตัวได้ เช่น บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ที่มีคีราตินเคลือบอยู่หนา ผิวส่วนนี้จึงแข็งกว่าบริเวณอื่น สำหรับผิวหน้าแล้ว หากคีราตินถูกขับออกมามาก จะทำให้ผิวส่วนนั้นแข็งตัวปิดกั้นรูขุมขน ทำให้การเดินทางของระบบต่อมไขมันหยุดชะงักและเกิดการอุดตันขึ้น ซึ่ง comedone นี้มี 2 ลักษณะ คือ สิวหัวปิด (closed comedone) จะมีสีขาว แต่หากการอุดตันของคีราตินทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ทำให้เปลี่ยนเป็นสีดำ จะเรียกว่า สิวหัวเปิด (open comedone) จัดเป็นความรุนแรงระดับที่ 1 ของการเป็นสิว

  • สิวเสี้ยน 

    • สิวชนิดนี้ไม่ได้เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน จึงไม่มีอาการอักเสบร่วมแต่เป็นสิวที่มีลักษณะของไขผิวหนังที่ขับออกมาแล้ว เกิดการคั่งค้างอยู่ตามรูขุมขน เมื่อไม่ถูกบีบ หรือกำจัดออกไป ไขผิวหนังเหล่านี้สัมผัสกับอากาศ และฝุ่นละอองจะกลายสภาพเป็นสีดำ บางครั้งสิวเสี้ยนอาจเกิดจากขนที่คุด

  • Acne rosacea 

    • สิวหน้าแดง ซึ่งมักพบในวัย 30 ปีขึ้นไป คนไทยพบน้อยมาก มีลักษณะเป็นจุดบริเวณจมูกและแก้ม เป็นสิวหัวแดงจาก papule แล้วมีการแทรกซ้อนของเส้นเลือดแตกกระจายอยู่ด้วย สาเหตุอาจเกิดได้หลายอย่างเช่น ความร้อน แสงแดด อาหารรสจัด แอลกอฮอล์ ความเย็นมาก ๆ หรืออาจเกิดในผู้ที่มีวัยใกล้จะหมดรอบเดือนวิธีการบำบัดเหมือนการรักษาสิวทั่วไป แต่อาจใช้เวลานานมาก

  • สาเหตุการเกิดสิว คือ การอุดตันของต่อมไขมัน ซึ่งการอุดตันนี้ อาจเกิดได้ 2 ทาง คือ

    • จากการกระตุ้นของสารเคมีภายใน สารเคมีในต่อมไขมันหรือฮอร์โมนโดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนเพศที่เรียกว่า แอนโดรเจน ซึ่งหลั่งมากในวัยหนุ่มสาวจะกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากกว่าปกติ เกิดการขับไขผิวหนังมากตัวต่อมเองก็จะเกิดการอักเสบและโตขึ้น ทำให้เกิดการอุดตันไขผิวหนังที่ขับออกมากก็คั่งค้างเกิดบวมโป่งเป็น Comedone ขึ้นมา
    • จากการกระตุ้นของสารเคมีภายนอก สารเคมีที่มีอยู่ในสบู่ เครื่องสำอางบางชนิด น้ำมันและยาบางชนิด สามารถกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้เกิดการอุดตันเป็นสิวขึ้นมาได้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหลายอย่างซึ่งไม่ใช่ต้นเหตุของการเกิดสิว แต่ส่งเสริมให้ต่อมไขมันซึ่งมีการอุดตันแล้ว ปัจจัยเหล่านี้ ได้แก่ กรรมพันธุ์ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น การมีรอบเดือน ความเครียดทางอารมณ์และจิตใจ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเสียดสีถูไถ สารเคมี เครื่องสำอาง รังสีและแสงแดด


อย่างไรก็ตาม การอักเสบนั้นจะเกิดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่า ปัจจัยร่วมเหล่านี้มีปริมาณและระยะเวลาที่สัมผัสกับสาเหตุนั้นเป็นตัวร่วมด้วยแค่ไหน

  • การรักษาสิว
    • การรักษาสิวนั้น ต้องหาสาเหตุและปัจจัยร่วมในการเกิดสิวก่อน แล้วจึงหาทางป้องกันและแก้ไขให้ตรงกับสาเหตุและปัญหา โดยมีหลักการสำคัญในการดูแลรักษาสิว คือ

  1. ป้องกันไม่ให้ต่อมไขมันอุดตันอยู่ และเกิดการอักเสบของสิว อาจทานยาถ้าเป็นมาก หรือทำทรีทเม้นท์
  2. ขจัดการอุดตันของต่อมไขมัน โดยการกดหรือบีบเอาหัวสิวออก
  3. ป้องกันมิใช่การอุดตันอีก

  • การดูแลรักษาผิวเพื่อป้องกันการเกิดสิว ควรกระทำ ดังนี้


  1. ควรล้างหน้าเช้า-เย็น แต่ไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง
  2. อย่าเช็ดถูหน้าแรง ๆ
  3. อย่าใช้เครื่องสำอางเกินความจำเป็นและไม่ควรเปลี่ยนเครื่องสำอางบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้ผิวหน้ามีโอกาสสัมผัสกับสารเคมีในเครื่องสำอางได้มากขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดสิวก็มีมากขึ้น
  4. ป้องกันการออกแดดด้วยการใช้ครีมกันแดด สารกันแดด
  5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะพวกวิตามินที่บำรุงผิว เช่น วิตามิน A-E เป็นต้น
  6. ออกกำลังกายเพื่อให้โลหิตหมุนเวียนดี
  7. ทำจิตใจให้ร่าเริงผ่องใสเบิกบานอยู่เสมอ ถ้าเครียดก็หาทางผ่อนคลาย
  8. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาหรือยาแก้สิว เพราะอาจผสมฮอร์โมนหรือสเตียรอยด์ ซึ่งถ้าใช้ไม่ถูกต้องอาจเกิดโทษตามมาได้

  • Papule (แพบบูล) 

    • มีลักษณะเป็นเม็ดนูนขึ้นมาจากผิวหนัง คล้ายเม็ดสิวสีแดง ๆ แต่ไม่มีหัวบางครั้งเป็นในช่วงก่อนมีรอบเดือน ไม่ต้องทำอะไรจะหายไปเองเมื่อหมดรอบเดือน หรืออาจเกิดจากการทานอาหารรสจัด ทำให้หลอดเลือดขยายตัวไปทำลายเนื้อเยื่อให้ตายด้านเป็นไตแข็ง จัดเป็นความรุนแรงระดับที่ 2

  • Pustule (พัสทูล) 

    • มีลักษณะเป็นเม็ด มีตุ่มหนอง ลักษณะของสิวที่มีความรุนแรงระดับที่ 3 จากการเป็นสิวประเภทสิวหัวเปิดที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียแล้วเกิดการอักเสบขึ้น ทำให้เป็นตุ่มแดงและมีหนอง ส่วนความรุนแรงในระดับ 4 และ 5 ได้แก่ สิวหัวช้าง และฝีตามหลังหรือก้น

  • Vesicle (เวสซิคัล) 

    • มีลักษณะเป็นเม็ดตุ่มนูนขึ้นมา ข้างในเป็นน้ำใส เช่น ผื่นของงูสวัด (herpes zoster) เริม (herpes simplex) อีสุกอีใส (chicken pox)

  • Nodule (โนดุล) 

    • มีลักษณะเป็นเม็ดนูนขึ้นมาจากผิวหนัง

  • Eczema (Dermatits) 

    • โรคแพ้ผื่นคัน มีสาเหตุการเกิดได้จากทั้งภายนอก (exogeneous) ด้วยการสัมผัสพวกสารเคมี พืชต่าง ๆ อาหาร ขนสัตว์ เป็นต้น และสาเหตุจากภายในร่างกาย (endogeneous) เช่น พวกโรคภูมิแพ้ในร่างกาย แบ่งระยะของโรคเป็น 3 ระยะดังนี้

  1. Acute เริ่มตั้งแต่เป็นตุ่มน้ำเล็ก ๆ ค่อย ๆ แตกออกเป็นน้ำเหลือง หรือบางรายเป็นตุ่มน้ำพอง
  2. Rubacute เมื่อน้ำเหลืองเริ่มหยุดไหล จะเห็นเป็นผื่นแฉะ ๆ อาจมีสะเก็ดน้ำหนอง
  3. Chronic จะมีอาการเรื้อรัง เป็นผื่นแห้ง หนามีขุย เป็นตุ่มแข็งหรือเป็นผื่นหนา ก่อนอื่นต้องหาสาเหตุให้พบก่อนว่า การแพ้นั้นเกิดจากอะไร หากเกิดจากภายนอกก็ให้หลีกเลี่ยง หรืองดเว้นในสิ่งที่ทำให้เกิดการแพ้ หากการแพ้ลุกลามถึงขั้นติดเชื้อควรพบแพทย์

  • Erythema 

    • อาการที่เห็นผิวหนังเป็นผื่นแดงทั่ว ๆ ไป บางครั้งเกิดขึ้นขณะทำทรีทเม้นท์หรือหลังทำ ซึ่งถือว่า เป็นอาการปกติ

  • Milia (White head) 

    • สิวข้าวสาร เกิดกับผิวแห้งบริเวณใกล้ตา เนื่องจาก ต่อมไขมันบริเวณนี้ผลิตน้ำมันออกมาไม่ตรงตามท่อไขมัน ทำให้บริเวณนั้นโป่งพองออกมา ทรีทเม้นท์ที่ช่วยได้ คือ การนวดเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว ซึ่งอาจใช้เวลานกว่าจะหาย แต่ถ้าเป็นหัวที่แข็งก็สามารถเอาออกได้

  • Vitiligo ด่างขาว 

    • บริเวณนี้ไม่มีเม็ดสี เนื่องจาก ส่วนที่ผลิตเม็ดสีถูกทำลายด้วยการใช้สารเคมีรุนแรงเป็นเวลานาน หรือโดนของร้อน

  • Crepey skin 

    • เป็นลักษณะอาการของผิวที่ห้อยย้อยลงมา เช่น บริเวณคาง

  • Skin tags 

    • มีลักษณะของติ่งเนื้อตามผิวหนัง ซึ่งมีลักษณะคล้าย ๆ หูดแต่นิ่มกว่า สามารถให้แพทย์ตัดออกได้

  • Crows feet 

    • ริ้วรอยตีนกา เกิดจากการหยีตาบ่อย ๆ อดนอน หรือปล่อยให้ผิวร่วงโรย โดยขาดการบำรุงและเอาใจใส่อย่างพอเพียง ทรีทเม้นท์ที่ช่วยได้ คือ faradic, pneumopluse

  •  Herpes simple (cold sore) 

    • อาการคล้ายนกกระจอก คือ จะเป็น ๆ หาย ๆ ทรีทเม้นท์ที่ช่วยได้ คือ High frequency

  • Dark shadow 

    • สาเหตุเกิดจากร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ อดนอน ระบบการย่อยอาหารไม่ดี อยู่ในอากาศไม่ปลอดโปร่ง หรือจากการที่ร่างกายขาดธาตุเหล็ก และอาจเป็นได้ในผู้ที่ทานน้ำตาลมากไป ทรีทเม้นท์ที่ช่วยได้ คือ การทำ eye pack หรือแก้ไขที่ต้นเหตุ เช่น นอนให้มากขึ้น พักสายตา เพิ่มธาตุเหล็ก เป็นต้น
Website : http://yanincosmetic.com