วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2558

ปัญหาของผิวหนัง (Skin disorders)

ปัญหาของผิวหนัง (Skin disorders)

ปัญหาที่เกิดกับผิวหนังมีมากมายหลายชนิด แต่ที่เกี่ยวข้องกับความงามบนใบหน้า ซึ่งควรรู้จักเพื่อการดูแลรักษาที่ถูกต้องมีดังนี้

  • Acne vulgaris 

    • เป็นชนิดของสิวที่พบในวัยตั้งแต่ 11-50 ปี เป็นมากในวัย 18-25 ปี เนื่องจาก ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง อาจพบได้ทั้งที่หลังและหน้าอกด้วย สาเหตุเนื่องจาก มีการขับฮอร์โมนออกมามากทำให้เกิดความมัน (seborrhoea) comedone pustule และเมื่อเชื้อแบคทีเรียเข้ามาทำปฏิกิริยาด้วย ทำให้เกิดการติดเชื้อกระจายไปทั่วใบหน้า ถ้าเป็นมากในขึ้นที่รุนแรงให้พบแพทย์ หากเป็นในระยะเริ่มต้น สามารถทำทรีทเม้นท์ได้ด้วย การล้างหน้า อบโอโซน peel deep cleansing vaccum การกดสิว high frequency masks แต่ห้ามนวดหน้า

  • Seborrhoea 

    • อาการที่เห็นคือ ผิวหน้ามันมาก เนื่องจาก ต่อมไขมันขับน้ำมันมากเกินไป ผิวประเภทนี้ไม่ต้องการการนวดหน้า เพราะจะไปกระตุ้นต่อมไขมันให้ขับน้ำมันมากยิ่งขึ้น และอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวได้

  • Comedone 

    • โดยปกติผิวหนังของคนเราถูกเคลือบไว้ด้วยคีราติน คีราตินนี้มีคุณสมบัติในการทำให้แข็งตัวได้ เช่น บริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ที่มีคีราตินเคลือบอยู่หนา ผิวส่วนนี้จึงแข็งกว่าบริเวณอื่น สำหรับผิวหน้าแล้ว หากคีราตินถูกขับออกมามาก จะทำให้ผิวส่วนนั้นแข็งตัวปิดกั้นรูขุมขน ทำให้การเดินทางของระบบต่อมไขมันหยุดชะงักและเกิดการอุดตันขึ้น ซึ่ง comedone นี้มี 2 ลักษณะ คือ สิวหัวปิด (closed comedone) จะมีสีขาว แต่หากการอุดตันของคีราตินทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ทำให้เปลี่ยนเป็นสีดำ จะเรียกว่า สิวหัวเปิด (open comedone) จัดเป็นความรุนแรงระดับที่ 1 ของการเป็นสิว

  • สิวเสี้ยน 

    • สิวชนิดนี้ไม่ได้เกิดจากการอุดตันของต่อมไขมัน จึงไม่มีอาการอักเสบร่วมแต่เป็นสิวที่มีลักษณะของไขผิวหนังที่ขับออกมาแล้ว เกิดการคั่งค้างอยู่ตามรูขุมขน เมื่อไม่ถูกบีบ หรือกำจัดออกไป ไขผิวหนังเหล่านี้สัมผัสกับอากาศ และฝุ่นละอองจะกลายสภาพเป็นสีดำ บางครั้งสิวเสี้ยนอาจเกิดจากขนที่คุด

  • Acne rosacea 

    • สิวหน้าแดง ซึ่งมักพบในวัย 30 ปีขึ้นไป คนไทยพบน้อยมาก มีลักษณะเป็นจุดบริเวณจมูกและแก้ม เป็นสิวหัวแดงจาก papule แล้วมีการแทรกซ้อนของเส้นเลือดแตกกระจายอยู่ด้วย สาเหตุอาจเกิดได้หลายอย่างเช่น ความร้อน แสงแดด อาหารรสจัด แอลกอฮอล์ ความเย็นมาก ๆ หรืออาจเกิดในผู้ที่มีวัยใกล้จะหมดรอบเดือนวิธีการบำบัดเหมือนการรักษาสิวทั่วไป แต่อาจใช้เวลานานมาก

  • สาเหตุการเกิดสิว คือ การอุดตันของต่อมไขมัน ซึ่งการอุดตันนี้ อาจเกิดได้ 2 ทาง คือ

    • จากการกระตุ้นของสารเคมีภายใน สารเคมีในต่อมไขมันหรือฮอร์โมนโดยเฉพาะอย่างยิ่งฮอร์โมนเพศที่เรียกว่า แอนโดรเจน ซึ่งหลั่งมากในวัยหนุ่มสาวจะกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานมากกว่าปกติ เกิดการขับไขผิวหนังมากตัวต่อมเองก็จะเกิดการอักเสบและโตขึ้น ทำให้เกิดการอุดตันไขผิวหนังที่ขับออกมากก็คั่งค้างเกิดบวมโป่งเป็น Comedone ขึ้นมา
    • จากการกระตุ้นของสารเคมีภายนอก สารเคมีที่มีอยู่ในสบู่ เครื่องสำอางบางชนิด น้ำมันและยาบางชนิด สามารถกระตุ้นการทำงานของต่อมไขมัน ทำให้เกิดการอุดตันเป็นสิวขึ้นมาได้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหลายอย่างซึ่งไม่ใช่ต้นเหตุของการเกิดสิว แต่ส่งเสริมให้ต่อมไขมันซึ่งมีการอุดตันแล้ว ปัจจัยเหล่านี้ ได้แก่ กรรมพันธุ์ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น การมีรอบเดือน ความเครียดทางอารมณ์และจิตใจ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเสียดสีถูไถ สารเคมี เครื่องสำอาง รังสีและแสงแดด


อย่างไรก็ตาม การอักเสบนั้นจะเกิดมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่า ปัจจัยร่วมเหล่านี้มีปริมาณและระยะเวลาที่สัมผัสกับสาเหตุนั้นเป็นตัวร่วมด้วยแค่ไหน

  • การรักษาสิว
    • การรักษาสิวนั้น ต้องหาสาเหตุและปัจจัยร่วมในการเกิดสิวก่อน แล้วจึงหาทางป้องกันและแก้ไขให้ตรงกับสาเหตุและปัญหา โดยมีหลักการสำคัญในการดูแลรักษาสิว คือ

  1. ป้องกันไม่ให้ต่อมไขมันอุดตันอยู่ และเกิดการอักเสบของสิว อาจทานยาถ้าเป็นมาก หรือทำทรีทเม้นท์
  2. ขจัดการอุดตันของต่อมไขมัน โดยการกดหรือบีบเอาหัวสิวออก
  3. ป้องกันมิใช่การอุดตันอีก

  • การดูแลรักษาผิวเพื่อป้องกันการเกิดสิว ควรกระทำ ดังนี้


  1. ควรล้างหน้าเช้า-เย็น แต่ไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง
  2. อย่าเช็ดถูหน้าแรง ๆ
  3. อย่าใช้เครื่องสำอางเกินความจำเป็นและไม่ควรเปลี่ยนเครื่องสำอางบ่อย ๆ เพราะอาจทำให้ผิวหน้ามีโอกาสสัมผัสกับสารเคมีในเครื่องสำอางได้มากขึ้น ทำให้มีโอกาสเกิดสิวก็มีมากขึ้น
  4. ป้องกันการออกแดดด้วยการใช้ครีมกันแดด สารกันแดด
  5. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะพวกวิตามินที่บำรุงผิว เช่น วิตามิน A-E เป็นต้น
  6. ออกกำลังกายเพื่อให้โลหิตหมุนเวียนดี
  7. ทำจิตใจให้ร่าเริงผ่องใสเบิกบานอยู่เสมอ ถ้าเครียดก็หาทางผ่อนคลาย
  8. อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาหรือยาแก้สิว เพราะอาจผสมฮอร์โมนหรือสเตียรอยด์ ซึ่งถ้าใช้ไม่ถูกต้องอาจเกิดโทษตามมาได้

  • Papule (แพบบูล) 

    • มีลักษณะเป็นเม็ดนูนขึ้นมาจากผิวหนัง คล้ายเม็ดสิวสีแดง ๆ แต่ไม่มีหัวบางครั้งเป็นในช่วงก่อนมีรอบเดือน ไม่ต้องทำอะไรจะหายไปเองเมื่อหมดรอบเดือน หรืออาจเกิดจากการทานอาหารรสจัด ทำให้หลอดเลือดขยายตัวไปทำลายเนื้อเยื่อให้ตายด้านเป็นไตแข็ง จัดเป็นความรุนแรงระดับที่ 2

  • Pustule (พัสทูล) 

    • มีลักษณะเป็นเม็ด มีตุ่มหนอง ลักษณะของสิวที่มีความรุนแรงระดับที่ 3 จากการเป็นสิวประเภทสิวหัวเปิดที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียแล้วเกิดการอักเสบขึ้น ทำให้เป็นตุ่มแดงและมีหนอง ส่วนความรุนแรงในระดับ 4 และ 5 ได้แก่ สิวหัวช้าง และฝีตามหลังหรือก้น

  • Vesicle (เวสซิคัล) 

    • มีลักษณะเป็นเม็ดตุ่มนูนขึ้นมา ข้างในเป็นน้ำใส เช่น ผื่นของงูสวัด (herpes zoster) เริม (herpes simplex) อีสุกอีใส (chicken pox)

  • Nodule (โนดุล) 

    • มีลักษณะเป็นเม็ดนูนขึ้นมาจากผิวหนัง

  • Eczema (Dermatits) 

    • โรคแพ้ผื่นคัน มีสาเหตุการเกิดได้จากทั้งภายนอก (exogeneous) ด้วยการสัมผัสพวกสารเคมี พืชต่าง ๆ อาหาร ขนสัตว์ เป็นต้น และสาเหตุจากภายในร่างกาย (endogeneous) เช่น พวกโรคภูมิแพ้ในร่างกาย แบ่งระยะของโรคเป็น 3 ระยะดังนี้

  1. Acute เริ่มตั้งแต่เป็นตุ่มน้ำเล็ก ๆ ค่อย ๆ แตกออกเป็นน้ำเหลือง หรือบางรายเป็นตุ่มน้ำพอง
  2. Rubacute เมื่อน้ำเหลืองเริ่มหยุดไหล จะเห็นเป็นผื่นแฉะ ๆ อาจมีสะเก็ดน้ำหนอง
  3. Chronic จะมีอาการเรื้อรัง เป็นผื่นแห้ง หนามีขุย เป็นตุ่มแข็งหรือเป็นผื่นหนา ก่อนอื่นต้องหาสาเหตุให้พบก่อนว่า การแพ้นั้นเกิดจากอะไร หากเกิดจากภายนอกก็ให้หลีกเลี่ยง หรืองดเว้นในสิ่งที่ทำให้เกิดการแพ้ หากการแพ้ลุกลามถึงขั้นติดเชื้อควรพบแพทย์

  • Erythema 

    • อาการที่เห็นผิวหนังเป็นผื่นแดงทั่ว ๆ ไป บางครั้งเกิดขึ้นขณะทำทรีทเม้นท์หรือหลังทำ ซึ่งถือว่า เป็นอาการปกติ

  • Milia (White head) 

    • สิวข้าวสาร เกิดกับผิวแห้งบริเวณใกล้ตา เนื่องจาก ต่อมไขมันบริเวณนี้ผลิตน้ำมันออกมาไม่ตรงตามท่อไขมัน ทำให้บริเวณนั้นโป่งพองออกมา ทรีทเม้นท์ที่ช่วยได้ คือ การนวดเบา ๆ ด้วยปลายนิ้ว ซึ่งอาจใช้เวลานกว่าจะหาย แต่ถ้าเป็นหัวที่แข็งก็สามารถเอาออกได้

  • Vitiligo ด่างขาว 

    • บริเวณนี้ไม่มีเม็ดสี เนื่องจาก ส่วนที่ผลิตเม็ดสีถูกทำลายด้วยการใช้สารเคมีรุนแรงเป็นเวลานาน หรือโดนของร้อน

  • Crepey skin 

    • เป็นลักษณะอาการของผิวที่ห้อยย้อยลงมา เช่น บริเวณคาง

  • Skin tags 

    • มีลักษณะของติ่งเนื้อตามผิวหนัง ซึ่งมีลักษณะคล้าย ๆ หูดแต่นิ่มกว่า สามารถให้แพทย์ตัดออกได้

  • Crows feet 

    • ริ้วรอยตีนกา เกิดจากการหยีตาบ่อย ๆ อดนอน หรือปล่อยให้ผิวร่วงโรย โดยขาดการบำรุงและเอาใจใส่อย่างพอเพียง ทรีทเม้นท์ที่ช่วยได้ คือ faradic, pneumopluse

  •  Herpes simple (cold sore) 

    • อาการคล้ายนกกระจอก คือ จะเป็น ๆ หาย ๆ ทรีทเม้นท์ที่ช่วยได้ คือ High frequency

  • Dark shadow 

    • สาเหตุเกิดจากร่างกายได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอ อดนอน ระบบการย่อยอาหารไม่ดี อยู่ในอากาศไม่ปลอดโปร่ง หรือจากการที่ร่างกายขาดธาตุเหล็ก และอาจเป็นได้ในผู้ที่ทานน้ำตาลมากไป ทรีทเม้นท์ที่ช่วยได้ คือ การทำ eye pack หรือแก้ไขที่ต้นเหตุ เช่น นอนให้มากขึ้น พักสายตา เพิ่มธาตุเหล็ก เป็นต้น
Website : http://yanincosmetic.com

ไม่มีความคิดเห็น: