วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2558

การเลือกใช้ครีมกันแดด

การเลือกใช้ครีมกันแดด

หน้าร้อนปีนี้ร้อนกว่าปีก่อน ๆ อย่างชัดเจน อุณหภูมิขึ้นไปสูงสุดถึงกว่า 41o ซ แสงแดดจัดและจ้ามาก ตั้งแต่เช้าตรู่ อบอ้าวจนรู้สึกอึดอัด ผู้คนที่ต้องเดินทางบนท้องถนนต้องได้รับทั้งรังสีความร้อน และรังสีอุลตร้าไวโอเลตอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก สภาวะโลกร้อนแผ่กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ชั้นบรรยากาศของโลกถูกทำลายมากขึ้น ทำให้รังสีดวงอาทิตย์สามารถทะลุทะลวงพื้นโลกมากขึ้น อันตรายที่เกิดจากรังสีดวงอาทิตย์ก็ยิ่งน่ากลัว ความเป็นในการเลือกใช้ครีมกันแดดเพื่อปกป้องผิวหน้าและผิวกายนอกร่มผ้าจึงสำคัญต่อสุขภาพผิว สุขภาพกายเป็นอย่างยิ่ง

จากการศึกษาในต่างประเทศ พบว่า ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการป้องกันอันตรายจากรังสีดวงอาทิตย์มาก มีสถิติค่อนข้างสูงในการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยสูงอายุถึงร้อยละ 50 ในสหรัฐอเมริกา และร้อยละ 35 ในยุโรป ส่วนผู้ที่ใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวันเพื่อป้องกันมะเร็งผิวหนังสูงถึงร้อยละ 80 สำหรับประชากรในสหรัฐอเมริกา และเฉลี่ยประมาณร้อยละ 50 สำหรับในยุโรป

ในปี 2555 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกาได้ออกข้อกำหนดสำหรับฉลากของครีมกันแดดที่จำหน่ายในท้องตลาด หากต้องการโฆษณาว่า สามารถป้องกันความเสี่ยงจากมะเร็งผิวหนังหรือป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยต้องมีค่า SPF 15 หรือสูงกว่า และหากโฆษณาว่าสามารถกันน้ำได้ (water resistant) ต้องระบุให้ชัดจนบนฉลากว่า กันน้ำได้ 40 หรือ 80 นาที ซึ่งจะหมายถึง ความถี่ที่ผู้บริโภคต้องทาครีมกันแดดซ้ำ ๆ ทุก 40 หรือ 80 นาที เมื่อลงว่ายน้ำหรือสำหรับผู้ที่เหงื่อออกง่ายหรือสำหรับผู้ที่ออกกำลังกาย และมีเหงื่อออกมาก ซึ่งจำเป็นต้องทาครีมกันแดดซ้ำ ๆ เป็นระยะ และนิตยสารชื่อดัง อย่าง Reader’s Digest แนะนำให้ผู้บริโภคทาครีมกันแดดเป็นประจำหรือให้บ่อยที่สุด เพื่อป้องกันอันตรายจากรังสีดวงอาทิตย์และแนะนำให้ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30 หรือสูงกว่า แนะนำให้ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายให้เลือกใช้ครีมกันแดดที่ปราศจากน้ำมันและปราศจากการเติมแต่งสี พร้อมทั้งแนะนำให้เลือกใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารกรองรังสียูวีชนิดฟิสิคอล หรือ ไททาเนียม ไดออกไซด์ ซึ่งจะปลอดภัยและไม่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองต่อผิวหนัง

ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น จะพบว่า แม้ในประเทศตะวันตก จะมีความเข้มของรังสีดวงอาทิตย์น้อยกว่าประเทศไทยมาก ๆ แต่ประชากรมีความระมัดระวังต่ออันตรายรังสีดวงอาทิตย์มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะโลกร้อนที่ทำให้ปริมาณรังสีดวงอาทิตย์ตกกระทบพื้นโลกสูงขึ้นทุกวัน 

แสงแดดแม้จะมีคุณอนันต์ต่อสิ่งมีชีวิต และมนุษย์บนโลกก็ตาม แต่ก็แฝงอยู่ไปด้วยอันตราย เมื่อร่างกายถูกแสงแดดปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เรามีอาการวิงเวียน หน้ามืด เป็นลม หรือในเวลาที่สะสมรังสีนานกว่านั้น จะทำให้ผิวคล้ำ แดดเผา และบางราย อาจถึงกับผิวหนังอักเสบปวดแสบปวดร้อน หรือ เป็นโรคมะเร็งที่บริเวณผิวหนังได้ (มะเร็งผิวหนัง)

มนุษย์สามารถรับความรู้สึกและสัมผัสรังสีจากดวงอาทิตย์ได้เพียง 2 ชนิด คือ รังสีของแสงสว่าง ที่สามารถรับได้ทางตา จากการมองเห็น และรังสีความร้อน จากความรู้สึกสัมผัสจากทางร่างกาย เรารู้สึกร้อนมาก เมื่อเราเดินอยู่ท่ามกลางแสงแดด และรู้สึกหนาวในเวลากลางคืน ที่ไม่มีแสงอาทิตย์ ดวงตามนุษย์ มองเห็นแสงอาทิตย์เป็นสีขาว แต่นักวิทยาศาสตร์ใช้ปริซึม สามารถแยกรังสีออกได้ถึงเจ็ดสี คือ สีของรุ้งกินน้ำ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ

รังสีที่ตาคนเรามองไม่เห็น คือ รังสียูวี คือ ตัวย่อของคำว่า รังสีอัลตราไวโอเลต นักวิทยาศาสตร์ สามารถแยกออกเป็นสามกลุ่มตามพลังงาน ได้แก่ UV-A,UV-B และ UV-C โดยทีรังสียูวีซี (UV-C) จะมีพลังงานสูงสุด รังสีชนิดนี้ จะถูกชั้นบรรยากาศของโลกกั้นไว้ ส่วนรังสี UV- A และ UV-B จะตกกระทบถึงพื้นโลก รังสียูวีมีอันตราต่อคนเรามาก ในทางการแพทย์ พบว่า เมื่อร่างกายได้รับรังสียูวีในปริมาณมาก จะเป็นผลทำลายดีเอนเอของเซลล์ผิวหนัง ทำลายเลนส์และม่านตาทำให้เกิดต้อกระจกในตา และอาจเป็นบ่อเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง รังสี UV-A สามารถทะลุทะลวงลงสู่ผิวหนังชั้นล่างได้ ทำลายเนื้อเยื่อและดีเอนเอของเซลล์ผิวอันเป็นสาเหตุให้ผิวหนังมีริ้วรอยเหี่ยวย่น ส่วน UV-B นั้น สามารถทะลุถึงชั้นหนังกำพร้าเท่านั้น ดังนั้น อาการผิวไหม้จากแดดเผาจึงเกิดจากผลของรังสียูวีบี

ดังนั้น จากข้อมูลนี้ ทำให้เล็งเห็นอันตรายจากรังสีดวงอาทิตย์ ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดจ้าโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระหว่างเวลา 10 โมงเช้า ถึง บ่าย 4 โมงเย็น ซึ่งมีรังสียูวีมาก (สูงสุดช่วงเวลาเที่ยงถึงบ่ายโมง) การหลบแดดใต้ต้นไม้ใหญ่ การถือร่มบังแดด การใส่เสื้อผ้าแขนยาวกางเกงขายาว การใส่แว่นกันแดดชนิดกรองรังสียูวี รวมถึงการเลือกใช้ครีมกันแดดเป็นประจำอย่างน้อยควรมีค่า SPF 15 หรือสูงกว่า และควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่สามารถกรองรังสีทั้งชนิดยูวีเอ และยูวีบีได้ด้วยจึงจะปลอดภัย

นวพร เอี่ยมธีระกุล
Email : info@yanincosmeticbangkok.com 

ไม่มีความคิดเห็น: